วันอังคารที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

LET ' S GO PART 4

เราเข้ามาสู่บล๊อกที่ 4 กัน แล้ว วันนี้นะค่ะ เราจะพาเพื่อนๆ ทุกคน มาชมความงาม ของพิพิธภัณฑ์กัน ซึ่งวันที่เรามาถ่ายทำนั้น ทางพิพิธภัณฑ์เปิดทำการแค่ 3 อาคาร คือ

                                               อาคารหลังที่ 1   หรือ อาคารเทิดพระเกียรติมหาราช                                                                                   อาคารหลังที่ 2 หรือ อาคารปวงปราชญ์แรงร่วมใจ
                                               อาคารหลังที่ 5 หรือ อาคารพิทักษ์ศักยภาพทะเลไทย
 




ซึ่ง อีกสองอาคารที่เหลือได้ทำการปิดปรับปรุงอยู่ ณ ขณะนี้

ตอนนี้เราได้มาศึกษาที่อาคารหลังที่ 1 โซน A 










ส่วนแรก (โซน A) เป็นการนำเสนอวัตถุประสงค์ ความเป็นมาของโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ที่ทรงสืบทอดจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ตามพระราชปณิธาน " เดินตามรอยเท้าพ่อ"
จนถึงพระราชดำริเพิ่มเติมในการเรียนรู้ทรัพยากร การใช้ประโยชน์และการสร้างจิตสำนึก โดยมุ่งเทอดพระเกียรติในลักษณะ "เจ้าฟ้านักอนุรักษ์"


ต่อมาโซน B












ส่วนที่ 2 (โซน B) ของอาคารการจัดการแสดงมุ่งเน้นความสัมพันธ์ระหว่างหิน ดิน และชีวิต อาทิ กระบวนการเกิดดิน อนุภาคของดินที่เอื้อประโยชน์ต่อระบบนิเวศซึ่งมีรูปแบบชนิดของหินดินแร่ ความเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำทะเลอันก่อให้เกิดสภาพภูมิศาสตร์ปัจจุบันรวมทั้งเรื่องราวของฟอสซิล หรือซากดึกดำบรรพ์ที่คณะสำรวจของโครงการฯ ค้นพบบนเกาะบอน จังหวัดพังงา และร่องรอยอีกมากมายของฟอสซิลภายใต้ท้องทะเลสิ่งที่จัดแสดงเหล่านี้จะทำให้ผู้เข้าชม เข้าใจถึงกระบวนการเปลี่ยนแปลง     และหลักฐานที่ใช้สนับสนุนกระบวนการทางวิวัฒนาการของสิ่งมีชีวิตและเน้นประจักษ์พยานของ               ทฤษฎีวัฒนาการนี้ด้วย


LET'S GO PART 3

เราจะมาทำความรู้จักแต่ละอาคาร กันว่ามี อาคารอะไรบ้าง 

อาคารหลังที่ 1   หรือ "อาคารเทิดพระเกียรติมหาราช"  แบ่งออกเป็น 2 ส่วน 

ส่วนแรก (โซน A)  เป็นการนำเสนอวัตถุประสงค์ ความเป็นมาของโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี  ที่ทรงสืบทอดจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ตามพระราชปณิธาน " เดินตามรอยเท้าพ่อ"จนถึงพระราชดำริเพิ่มเติมในการเรียนรู้ทรัพยากร การใช้ประโยชน์และการสร้างจิตสำนึก โดยมุ่งเทอดพระกียรติในลักษณะ"เจ้าฟ้านักอนุรักษ์"


ส่วนที่ 2  (โซน B) ของอาคารการจัดการแสดงมุ่งเน้นความสัมพันธ์ระหว่างหิน ดิน และชีวิต อาทิ 
กระบวนการเกิดดิน อนุภาคของดินที่เอื้อประโยชน์ต่อระบบนิเวศ งานอุทกศาสตร์ทางทะเล รูปแบบชนิดของหินดินแร่ ความเปลี่ยนแปลงของระดับน้ำทะเลอันก่อให้เกิดสภาพภูมิศาสตร์ปัจจุบัน รวมทั้งเรื่องราวของฟอสซิล หรือซากดึกดำบรรพ์ที่คณะสำรวจของโครงการฯ ค้นพบบนเกาะบอน จังหวัดพังงาและร่องรอยอีกมากมายของฟอสซิลภายใต้ท้องทะเล สิ่งที่จัดแสดงเหล่านี้จะทำให้ผู้เข้าชม เข้าใจถึงกระบวนการเปลี่ยนแปลง และหลักฐานที่ใช้สนับสนุนกระบวนการทางวิวัฒนาการ (Evolution) ของสิ่งมีชีวิตและเน้นประจักษ์พยานของทฤษฎีวัฒนาการนี้ด้วย





อาคารหลังที่ ๒ หรือ "อาคารปวงปราชญ์ร่วมแรงใจ" แบ่งเป็น ๒ ส่วน


ส่วนแรก  (โซน A) มุ่งเสนอนิเวศของป่าพรรณพืชและสัตว์ มีสาระเกี่ยวกับความหลากหลายทางชีวภาพสังคมพืชป่าดงดิบ ป่าผลัดใบ พืชที่พบจากเกาะต่างๆและการค้นพบพันธุ์พืชที่มีอยู่เฉพาะในประเทศไทย 



ส่วนที่ ๒  (โซน B)  ที่อยู่ถัดไปของอาคารปวงปราชญ์ร่วมแรงใจ มุ่งเสนอในหัวข้อผู้ย่อยสลายในธรรมชาติได้แก่ ปลวก จุลินทรีย์ดิน เห็ดรา สัตว์หน้าดินในดิน ซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งในห่วงโซ่อาหารและสายใยอาหารอันเป็นกระบวนการหมุนเวียนพลังงานที่ก่อให้เกิดความสมดุลในระบบนิเวศ                        รวมทั้งงานวิจัยที่พบว่า
เชื้อราบางชนิดสามารถสร้างสารเคมีต่อต้านเชื้อมะเร็ง และเชื้อ HIV ได้






อาคาร  ใฝ่เรียนรู้ผู้ฉลาด


ส่วนแรก มุ่งเสนอในหัวข้อระบบนิเวศสังคมพืช พืชฝั่งทะเลโดยเน้นระบบนิเวศบนพื้นที่ตั้งพิพิธภัณฑ์ฯ
ในหมู่เกาะแสมสาร รวมทั้งงานวิจัยหลายอย่าง เช่น เรื่องหอยทากบางชนิด และการเกิดหอยชนิด
ใหม ่ที่มีผลจากการแยกตัวของประชากรทางสภาพภูมิศาสตร์ ซึ่งมีการค้นพบหอยทากชนิดใหม่จาก
การ สำรวจของคณะทหารเรือและนักวิทยาศาสตร์ในโครงการฯ ถึง ๓ ชนิด ได้แก่ หอยทากจิ๋วปากแตร หอยมรกต และหอยทากสยาม เป็นต้น






ส่วนที่ ๒ นำเสนอสาระในหัวข้อประโยชน์จากระบบนิเวศป่าชายเลน โดยพาไปรู้จัก "ป่าสามน้ำ" 
"ป่าพระจันทร์สร้าง" รวมทั้งป่าชายเลนในฐานะ "ต้นทุนชีวิต" ซึ่งได้สื่อถึงเรื่องราวความสัมพันธ์ของวิถีชีวิตของชุมชนประมง กับทรัพยากรทางทะเล ซึ่งบอกเล่าเรื่องราวผ่านชีวิต เฒ่าทะเลแห่งชุมชน ซึ่งสะท้อนถึงภูมิปัญญาพื้นบ้านในการเดินเรือ ด้วยการสังเกตน้ำขึ้นน้ำลง สภาพดินฟ้าอากาศ ลักษณะลม ตำแหน่งดวงดาวบนฟ้า ร่องน้ำ พฤติกรรมของสัตว์น้ำในทะเล เช่น กุ้ง ปลา การใช้เครื่องมือประมง รวมทั้งความเคารพธรรมชาติ โดยจะทำพิธีบูชาแม่ย่านางเรือก่อนออกเดินทะเล เพื่อให้แคล้วคลาดจากภยันตรายต่างๆ รวมทั้งประวัติศาสตร์และความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในชุมชนชาวประมง





อาคาร  พิฆาตความไม่ดีที่ประจักษ์ - การจัดแสดงแบ่งออกเป็น ๓ ส่วน


ส่วนที่ ๑ นำเสนอสาระ ระบบนิเวศตามแนวปะการังในท้องทะเลไทย ทั้งฝั่งอ่าวไทยและอันดามัน
กลุ่มปะการังชนิดต่างๆ และสิ่งมีชีวิต ที่พบตามแนวปะการัง ความสัมพันธ์ในรูปแบบของห่วงโซ่อาหาร
สายใยอาหาร งานสำรวจวิจัยต่างๆ เกี่ยวกับท้องทะเลไทย ในงานโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช
อันเนื่องมาจาก พระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี


ส่วนที่ ๒  นำเสนอสาระ ปัญหามลภาวะที่เกิดขึ้นในท้องทะเลไทย ได้แก่ ภาวะโลกร้อน ภาวะเรือนกระจก มลภาวะในประเทศไทย รวมทั้งดัชนีบ่งชี้ผลที่ปรากฏ เช่น ปริมาณปลาลดน้อยลง ปรากฏการณ์ปะการังฟอกขาว  การเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของสาหร่ายบางชนิด 

ส่วนที่ ๓   นำเสนอสาระการปลูกจิตสำนึกฟื้นฟูธรรมชาติตามแนวพระราชดำริว่าควรปลูกฝัง
ให้เด็กเห็นความงดงาม ความน่าสนใจของพืชพรรณ แล้วเกิดความปิติที่จะศึกษาและอนุรักษ์พืชพรรณต่อไป รวมทั้งคำถามที่จะถามว่าเกิดอะไรขึ้นหากความหลากหลายของชีวภาพลดลง และมีความจำเป็นอย่างไรที่ควรจะ อนุรักษ์ความหลากหลายของชีวภาพ




อาคารที่ 5 อาคารพิทักษ์ศักยภาพทะเลไทย

การจัดแสดงได้แบ่งออกเป็น 2 ส่วนคือ ภายใน และภายนอกอาคาร




ภายนอกอาคาร 

















LET ' S GO PART 2

วันนี้เราจะมานำเสนอกิจกรรมของ พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเกาะและทะเลไทย

กิจกรรมค่ายสร้างจิตสนึกอนุรักษ์ทรัพยากรทะเล 

กิจกรรมค่ายสร้างจิตสานึกอนุรักษ์ทรัพยากรทะเล จัดขึ้นเพื่อการเรียนรู้ทรัพยากรธรรมชาติ สาหรับผู้ที่มีระยะเวลาจากัด ผู้เข้าร่วมกิจกรรมจะได้เยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ และ การศึกษาธรรมชาติที่เกาะแสมสาร โดยมีการพักค้างคืนที่พิพิธภัณฑ์ คืน และได้เนื้อหาสาระทางวิชาการในรูปแบบของบันทึกความทรงจำ ซึ่งเป็นการบันทึกความรู้ที่ได้จากการเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ ตามหัวข้อที่กำหนดให้ พร้อมการจดเพิ่มเติมในส่วนที่มีความสนใจเป็นพิเศษ             
นอกจากนั้นยังได้ศึกษาทรัพยากรธรรมชาติเกาะแสมสารโดยมีวิทยากรจากพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเกาะและทะเลไทยเป็นผู้ให้คาแนะนาและนาชมระบบนิเวศทางทะเลทั้งบนบกและในน้า เช่น การศึกษาระบบนิเวศป่าไม้ บริเวณเส้นทางศึกษาธรรมชาติ และพื้นที่ศึกษาทดลองปลูกพรรณไม้ป่าชายเลน รวมทั้งระบบนิเวศบริเวณแนวปะการัง ซึ่งผู้เข้าร่วมกิจกรรมแต่ละครั้งควรมีจำนวนไม่เกิน 70 คน เพื่อเป็นการรักษาระบบนิเวศทางทะเล และความเหมาะสมในการดูแล อนวยความสะดวก ในการพักค้างและ             การเรียนรู้






กิจกรรมค่ายเรียนรู้ทรัพยากรธรรมชาติ

กิจกรรมค่ายเรียนรู้ทรัพยากรธรรมชาติ ได้จัดขึ้นเพื่อให้เยาวชนได้เรียนรู้ ชีวิต และระบบนิเวศของทรัพยากรกายภาพ และชีวภาพทางทะเล ได้แนวคิด แนวทาง ตามกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ โดยมีทรัพยากรธรรมชาติเป็นสื่อ ได้สัมผัส และเรียนรู้วิธีการวิเคราะห์ทรัพยากร จนเห็นคุณ และรู้ค่าของทรัพยากรธรรมชาติที่จะบังเกิดและให้ประโยชน์แก่ตน สังคม และประเทศชาติ อันจะนาไปสู่ งานศึกษาวิจัย ในระดับเยาวชนต่อไป รูปแบบของค่ายเรียนรู้ทรัพยากรธรรมชาติ จัดสาหรับเยาวชนระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ถึงระดับอุดมศึกษา โดยมีวิทยากรเป็นผู้เชียวชาญ นักวิจัย อาจารย์จากมหาวิทยาลัยต่างๆ ซึ่งมีความเชียวชาญ ในเรื่องทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งผู้เข้าร่วมกิจกรรมแต่ละครั้งควรมีจานวนไม่เกิน 7 0 คน ระยะเวลา วัน 2 คืน ซึ่งจะมีสาระต่างๆ ในการศึกษาดังต่อไปนี้ ระบบนิเวศหาดหินและหาดทราย ระบบนิเวศแนวปะการัง ระบบนิเวศป่าชายเลน สาหร่ายและหญ้าทะเล แพลงก์ตอน ปะการัง สัตว์ในกลุ่มเอคไคโนเดิร์ม หินและซากดึกดาบรรพ์ เป็นต้น และนอกเหนือจากสาระทางวิชาการที่ผู้เข้าร่วมกิจกรรมจะได้รับ ยังได้ฝึกการใช้ทักษะต่างๆ ในกิจกรรมสันทนาการเชิงวิชาการอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นการฝึกทักษะทางการต่อภาพเรขาคณิต การฝึกทักษะการบันทึกความทรงจาด้วยภาพ เป็นต้น








 เดินทางไปศึกษาทรัพยากรธรรมชาติเกาะแสมสาร



- ดำน้ำ ดูปะการัง แบบ snorkeling
- เดินชมเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ตามรอยเส้นทางเสด็จพระราชดำเนิน
- การดำน้ำแบบผิวน้ำศึกษาธรรมชาติในทะเลบริเวณเกาะปลาหมึก 
- การนำชมพื้นที่โครงการทางทะเล บริเวณเกาะแสมสาร และเกาะข้างเคียง 




วันพุธที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2558

LET's GO PART 1

สวัสดีค่ะ กลับมาอีกครั้งกับ บล๊อก พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเกาะและทะเลไทย 


พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเกาะและทะเลไทย (ททท.)

         อยู่บริเวณเขาหมาจอ ตำบลแสมสาร อำเภอสัตหีบ เป็นจุดที่น่าแวะเที่ยวชมเป็นอันดับแรก ก่อนการเดินทางท่องสถานที่ต่าง ๆ ในพื้นที่กองทัพเรือสัตหีบ เพื่อความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับภารกิจกองทัพเรือ และระบบนิเวศชายฝั่งและท้องทะเลในบริเวณนี้


เป็นแหล่งศึกษาเรียนรู้ทรัพยากรธรรมชาติทางทะเล ที่เปิดให้เยาวชนและประชาชนทั่วไปเข้าชมทุกวัน..  จัดเก็บค่าชมดังนี้

- ผู้ใหญ่ คนละ 50 บาท

- เด็กอายุตั้งแต่ 3ปีไม่เกิน 15ปีบริบูรณ์ คนละ20 บาท
- ชาวต่างชาติ 100 บาท
- ทหารเรือนอกเครื่องแบบแสดงบัตรประจำตัว 30 บาท
***ยกเว้นค่าเยี่ยมชมสำหรับ ทหารเรือในเครื่องแบบ นักบวช เด็กเล็กความสูงไม่เกิน 110 ซม.











การเดินทาง

         จากกรุงเทพฯ ใช้เส้นทางมอเตอร์เวย์ ไปยังอำเภอสัตหีบ เมื่อถึงทางแยกที่ตัดกับถนนสุขุมวิทบริเวณโรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ ให้ใช้เส้นทางไปท่าเรือจุกเสม็ด ถึงค่ายพระมหาเจษฎาราชเจ้า เลี้ยวซ้าย มีป้ายบอกทางไปยังพิพิธภัณฑ์เป็นระยะ 

         หากมาตามถนนสุขุมวิท ผ่านพัทยา บางเสร่ อำเภอสัตหีบ จนมาถึงสี่แยกกิโลสิบ (บริเวณโรงพยาบาลสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์) แยกขวา ไปท่าเรือจุกเสม็ด ถึงค่ายพระมหาเจษฎาราชเจ้า มีป้ายบอกทางเลี้ยวซ้ายไปพิพิธภัณฑ์

         สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ติดต่อ สำนักงานพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเกาะและทะเลไทย โทร. 0 3843 2471, 0 3843 2473 มือถือ 08 9603 4663  เว็บไซต์ http://www.tis-museum.org/ 














วันพุธที่ 17 ธันวาคม พ.ศ. 2557

ประวัติความเป็นมาของพิพิธภัณฑ์

ประวัติความเป็นมาของพิพิธภัณฑ์

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ได้ทรงมีพระราชกระแสแนะนำแนวทางการสร้างความรู้ความเข้าใจและจิตสำนึก   ในเรื่องเกี่ยวกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติให้แก่เยาวชนไว้หลายครั้งหลายครา  ครั้งหนึ่งเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์พ.ศ. 2536 ได้มีพระราชกระแสว่า

"การสอนให้เด็กมีจิตสำนึกในการอนุรักษ์พืชพรรณนั้น ควรใช้วิธีการปลูกฝังให้เด็กเห็นความงดงามความสนใจ และก่อให้เกิดความปิติที่จะทำการศึกษาและอนุรักษ์พืชพรรณต่อไป  การใช้วิธีการสอน การอบรมให้เกิดความรู้สึกกลัวว่าหากไม่อนุรักษ์แล้วจะเกิดผลเสีย เกิดอันตรายแก่ตนเอง จะทำให้เด็กเกิดความเครียด ซึ่งจะเป็นผลเสียต่อประเทศในระยะยาว"
ในโอกาสเดียวกันนี้ ยังได้ทรงมีพระราชกระแสเพิ่มเติมด้วยว่า " ตามเกาะต่าง ๆ มีพืชพรรณอยู่มาก แต่ยังไม่มีผู้สนใจเท่าไร จึงน่าจะมีการสำรวจพืชพรรณตามเกาะด้วย"

ต่อมาในปี พ.ศ.2541ได้พระราชทานแนวทางการปฏิบัติแก่กองทัพเรือในการดำเนินงานกิจกรรมสร้างจิตสำนึกของโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ฯ ที่เกาะแสมสารว่า ควรพิจารณาปฏิบัติตามรูปแบบของอุทยานแห่งชาติเกาะปอร์กอรอลส์ และเกาะโคร์ส ที่ฝรั่งเศส ซึ่งได้เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมเยียนมาในปี พ.ศ. 2538 และทรงมีความประทับใจในวิธีการให้ความรู้ความเข้าใจในด้านพันธุ์ไม้และระบบนิเวศต่อเยาวชน ในลักษณะที่เป็นพิพิธภัณฑ์มีชีวิต อันก่อให้เกิดความรู้สึกผูกพันกับธรรมชาตินอกจากนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี  ยังได้ฝากงานอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติทางทะเลนี้
ไว้ต่อกองทัพเรือด้วย โดยมีพระราชกระแสต่อผู้บัญชาการทหารเรือ เมื่อ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2544 ว่า

“ให้กองทัพเรือทำงานนี้เพื่อความมั่นคงของประเทศ”

                                                            




พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเกาะและทะเลไทย  ตั้งอยู่ริมทะเลบริเวณเขาหมาจอ ตำบลแสมสาร อำเภอสัตหีบ
จังหวัดชลบุรี ในจุดที่อยู่ตรงข้ามเกาะแสมสาร มีอาณาบริเวณประมาณ 16 ไร่ สิ่งก่อสร้างมีลักษณะเป็นอาคาร
ไต่ระดับเขา ถึงยอดเขา เพื่อให้มองเห็นทัศนียภาพมุมกว้าง ไกล และความลึกของทะเลโดยมุ่งที่จะให้ผู้ชม
เห็นความงดงามของท้องทะเลแล้วเกิดจินตนาการและความปิติที่จะรักษาทรัพยากรธรรมชาติไว้ตามแนวพระราชดำริ
ในหลักวิชาว่าด้วยการพิพิธภัณฑ์ ถือได้ว่าพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเกาะและทะเลไทยเป็นพิพิธภัณฑ์ที่สากลเรียกว่า NATURAL HISTORY MUSEUM  อันเป็นสถานที่รวบรวมและจัดแสดงวัตถุธรรมชาติ ทั้งในด้านธรณีวิทยา
พฤกษศาสตร์ สัตวศาสตร์ ทางทะเลเป็นแห่งแรกในประเทศไทย

ส่วนการศึกษาทรัพยากรชีวภาพและกายภาพในธรรมชาติจริง นอกเหนือจากการชมตัวอย่างในพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติ
วิทยาเกาะและทะเลไทยแล้ว ก็จะต้องลงเรือข้ามไปยังเกาะแสมสารซึ่งได้จัดไว้เป็นเส้นทางศึกษาธรรมชาติ(NATURE TRAIL)   สวนพฤกษศาสตร์ ป่าชายเลน และบ่อแสดงพันธุ์สัตว์น้ำ ทั้งนี้ การเข้าชมในส่วนนี้จะเป็นไปอย่างจำกัด เฉพาะนักวิจัย เยาวชนผู้ด้อยโอกาส และบุคคลที่มีเหตุผลสมควรในด้านการศึกษาตามพระราชดำริ


สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารีได้ทรงเสด็จพระราชดำเนินเปิดพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาเกาะและ
ทะเลไทย ในโอกาสงานประชุมวิชาการนิทรรศการ ทรัพยากรไทย : ประโยชน์แท้แก่มหาชน ในวันที่ 30 ตุลาคม พ.ศ.2550